ทานอาหารแบบไหน ถูกหลักอนามัย

การกินอาหารให้ถูกหลักอนามัย ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพ วันนี้จะมาขยายความเรื่องนี้ให้ครบถ้วนขึ้น และเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น ในการกินอาหารตามองค์ความรู้อายุรเวทเป็นหัวข้อย่อย ๆ ก็แล้วกันนะคะ

 

ไม่ควรกินอาหารในขณะโกรธ หงุดหงิด โศกเศร้า เสียใจ หรือมีอารมณ์ผิดปกติต่าง ๆ

          เพราะอารมณ์หรือจิตใจที่แปรปรวน ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่ดี (หรือเรียกในทางอายุรเวทว่าไฟย่อยอาหารอ่อนกำลัง) ทำให้อาหารที่เรากินเข้าไปถูกย่อยไม่เต็มที่ ร่างกายก็จะไม่ได้รีบสารอาหารอย่างเหมาะสม

 

ไม่ควรกินอาหารทันทีหลังจากออกกำลังกาย หรือทำงานที่ต้องใช้พลังทางร่างกาย

          เนื่องจากหลังจากออกกำลังกาย ร่างกายจะยังเหน็ดเหนื่อยและไฟย่อยอาหารจะยังไม่คึกคัก (เนื่องจากพลังของร่างกายถูกส่งไปตามแขนขาเพื่อการใช้งาน) หากกินอาหารทันทีหลังจากออกกำลังกายจะทำให้อาหารถูกย่อยไม่เต็มที่

 

ควรอาบน้ำชำระล้างร่างกายแล้วจึงค่อยกินอาหาร หรืออย่างน้อยก็ล้างมือ ล้างหน้า และล้างเท้า ก่อนกินอาหาร

          หลักการข้อนี้ อาจมองได้ว่าเป็นเรื่องของสุขอนามัยทั่วไป แต่ผู้เขียนมีข้อสังเกตว่า หากเราล้างมือ ล้างหน้า ล้างตา และล้างเท้าก่อนกินอาหาร จะมีผลต่อจิตใจของเราด้วยคือ ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น

 

ไม่ควรทำกิจกรรมอื่น ๆ ระหว่างกินอาหาร

          ระหว่างกินอาหาร ร่างกายต้องใช้พลังในการเคี้ยว กลืน ไปกระทั่งถึงการย่อยอาหาร หากเราทำกิจกรรมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ คุยโทรศัพท์ ตอบเฟซบุ๊ก หรือเล่นไลน์ไปด้วยระหว่างกินอาหร พลังที่ควรจะถูกใช้กับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหารย่อมกระจัดกระจายไปกับกิจกรรมเหล่านั้น ส่งผลให้อาหารถูกย่อยไม่เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น

 นอกจากนี้ การกินอาหารพร้อมกับทำกิจกรรมต่าง ๆ ไปด้วย ย่อมทำให้เราไม่ได้สัมผัสกับเนียนเนื้อไออวล และรสชาติอาหารไปอย่างน่าเสียดาย

 

เวลากินอาหารควรเคี้ยวให้ละเอียด

          การย่อยอาหารนั้นกล่าวได้ว่าเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่ภายในปากแล้ว การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดย่อมทำให้อาหารถูกย่อยในระดับหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดจะทำให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนัก หรือกล่าวอีกอย่างว่าช่วยแบ่งเบาภาระของกระเพาะ ซึ่งจะทำให้กระเพาะอาหารสามารถย่อยอาหารได้ง่าย และเต็มที่ขึ้น

 

เวลากินอาหารควรนั่งกิน ไม่ควรกินในอิริยาบถยืน เดิน หรือนอน

          เหตุผลหลักที่มีคำแนะนำให้กินอาหารในท่านั่งน่าจะเป็นเพราะร่างกายอยู่ในท่วงท่าที่สบายพอเหมาะ
การยืนหรือเดินไปพร้อมกับกินอาหาร (อย่างในสังคมตะวันตกหรือแม้แต่สังคมไทยยุคดิจิตอลนี้) ทำให้ร่างกายต้องเกร็ง (ถ้าเป็นท่ายืน) หรือต้องใช้กำลัง (ในกรณีของการเดิน) ส่งผลให้พลังซึ่งควรจะรวมศูนย์อยู่ที่การกินและการย่อยอาหารถูกกระจายออกไป อาจทำให้อาหารถูกย่อยไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพของเรา 

 

ควร (นั่ง) กินในสถานที่ที่สงบ ไม่อึกทึกครึกโครม สะอาด มีแสงสว่างพอเหมาะอากาศถ่ายเทดี และมีบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกอยากอาหาร

          แน่นอนว่าเวลากินอาหาร เราใช้ลิ้นเป็นประสาทสัมผัสหลักในการรับรู้รสชาติอาหาร แต่สังเกตไหมครับว่า ถ้าตามองเห็นอาหารร้อน ๆ มีควันลอยกรุ่น หรือจมูกสูดอวลกลิ่นของอาหาร และหูได้ยินเสียงพูดคุยที่รื่นหู เราจะรู้สึกว่าอาหารมื้อนั้นเอร็ดอร่อยขึ้นทันตาเห็น หรือเรารู้สึกน้ำลายสอและอยากกินอาหารก่อนที่อาหารจะถูกเสิร์ฟด้วยซ้ำ
นั่นย่อมหมายถึงว่านอกจากลิ้นแล้ว ประสาทรับรู้อย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นตา จมูก หรือหู ก็มีบทบาทสำคัญต่อการกินอาหารเช่นกัน

          ชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน บั่นทอนการตระหนักในคุณค่าของการกินอาหารภายใต้บรรยากาศที่เหมาะสมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ลองหาโอกาสทำบรรยากาศที่บ้านให้น่ารื่นรมย์ในการกินอาหารดูสิครับ

อาหารควรถูกปรุงและเสิร์ฟด้วยความรัก และความใส่ใจ

          อาหารที่ผู้ปรุงทำด้วยความรักความใส่ใจ ทั้งต่อการปรุงอาหารและต่อคนที่จะกินอาหาร ย่อมมากด้วยคุณภาพและคุณค่าของอาหารจากวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่ตั้งใจเลือกสรร และรสชาติของอาหารที่ปรุงด้วยใจทั้งใจ

ทั้งหมดนี้คือข้อควรปฏิบัติหรือวิถีในการกินอาหารตามหลักอายุรเวทอย่างคร่าว ๆ

          อย่างไรก็ตาม คำว่า "วิถีปฏิบัติ" หมายถึง แนวทางที่พึงทำหรือพึงเป็น แต่หาใช่กฎเกณฑ์ตายตัวไม่ หากควรประยุกต์ดัดแปลงให้เหาะสมสอดคล้องกับสภาพร่างกายและจิตใจของเรา

ข้อมูล Kapook

 

"เพราะเราไม่ได้ขายแค่เครื่องออกกำลังกาย แต่เราจะมอบสุขภาพและหุ่นที่ดีให้กับคุณ"

  

คลิ๊กเลยเพื่อรับสิทธิ์โปรโมชั่นมากมาย  

    

 

 

 

Visitors: 1,028,461