7 วิธีเพิ่มความสูง

แม้ความสูงมีผลจากกรรมพันธุ์ แต่ที่จริงแล้วมีวิธีเพิ่มความสูงที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วหลายวิธี ตั้งแต่วิธีแบบธรรมชาติจนไปถึงการใช้ตัวช่วย มีการศึกษาเชิงประจักษ์ (Empirical Study) ว่าคนตัวสูงมักมีรายได้ที่ดีกว่าและโอกาสการออกเดทที่มากกว่าคนตัวเตี้ย ทั้งนี้อาจมาจากบุคลิกภาพที่ดีกว่า นอกจากนี้ในการเลือกตั้งประธานาธิปดีที่อเมริกาที่มีผู้แข่งขันคะแนนสูสีกัน ผู้ที่ตัวสูงกว่ามักจะได้รับเลือกตั้ง หรือแม้แต่หลายอาชีพเช่น แอร์โฮสเตส, สจ๊วต, นางแบบและนายแบบ ก็จะมีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการรับสมัครในภาคปฏิบัติเลยทีเดียว และที่สำคัญคือคนเราจะหยุดสูงช่วงอายุประมาณ 19-25 และหลังจากนั้นก็จะหมดสิทธิ์ที่จะสูงอีกแล้ว (ยกเว้นผ่าตัดหรือยืดกระดูก) ดังนั้นคุณไม่ควรพลาดโอกาสที่จะสูงในช่วงที่คุณยังทำได้

คนเราสูงช่วงไหนบ้าง?

*ช่วงที่ 1 : 0-2 ปี

*ช่วงที่ 2 : 2-11 ปี โดยจะสูงขึ้นเฉลี่ย 5 ซม.ต่อปี

*ช่วงที่ 3 : ช่วงการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยกินเวลาประมาณ 4-5 ปี

-เพศหญิงจะมีการเติบโตที่เร็ว เมื่ออายุ 11.5 ปี และน้อยลงเมื่ออายุ 16 ปี โดยจะสูงขึ้นเฉลี่ย 8 ซม.ต่อปีในช่วงดังกล่าว

-ส่วนเด็กผู้ชาย จะเริ่มที่อายุ 13.5 ปี และหยุดโตเมื่ออายุ 20 ปี อัตราการเพิ่มความสูงอยู่ที่ 10-12 ซม.ต่อปีในช่วงดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการเพิ่มความสูงของร่างกาย

*ช่วงที่ 4: 17-18 ปี เป็นช่วงที่มีการเติบโตเกือบเต็มที่แล้ว หรือประมาณ 95-98% ของความสูงของผู้ใหญ่เต็มตัว

1.กรรมพันธุ์ : นักวิทยาศาสตร์ประเมิณว่ากรรมพันธุ์มีผลประมาณ 60-80% ถ้าพ่อแม่สูงทั้งคู่ลูกก็มักจะสูงเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าพ่อแม่ไม่สูงทั้งคู่ลูกจะไม่ค่อยสูงเช่นกัน ส่วนถ้าพ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสูง ลูกก็มักจะมีความสูงในระดับกลางๆ โดยพันธุกรรมฝ่ายแม่จะมีผลต่อความสูงมากกว่าฝ่ายพ่อ แต่ในบางกรณีที่พ่อแม่ไม่ได้เตี้ยเพราะกรรมพันธุ์ เช่น สารอาหารไม่เพียงพอหรือทำงานหนักพักผ่อนน้อยในวัยเด็ก ลูกที่โตมาก็สามารถจะสูงกว่าพ่อแม่ได้หากได้รับสารอาหารและการเลี้ยงดูที่ดี

2.ปัจจัยภายในร่างกาย : มีหลายปัจจัยในร่างกายที่ส่งผลต่อความสูง แต่ตัวแปร 3 ตัวนี้คือสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องเข้าใจ

-โกรทฮอร์โมน (Human Growth Hormone – HGH): ช่วยในการเจริญเติบโตซึ่งสำคัญที่สุดในการเพิ่มความสูง

-ไทรอยด์ (Thyroid Gland)โดยเฉพาะฮอร์โมนไทร็อกซิน (Thyroxin) ทำหน้าที่กระตุ้นให้กระดูกมีพัฒนาการที่ดี ถ้าขาดฮอร์โมนนี้อาจทำให้มีรูปร่างเตี้ยและไม่สมส่วนได้

-ฮอร์โมนเพศ เอสโตรเจน Estrogen (ฮอร์โมนเพศหญิง) และเทสโทสเตอโรน Testosterone (ฮอร์โมนเพศชาย) มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตได้เช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่เริ่มเป็นหนุ่มเป็นสาว เพราะไปกระตุ้นการหลั่งของโกรทฮอร์โมนให้เพิ่มมากขึ้น และกระตุ้นให้กระดูกยืดยาว จึงเป็นสาเหตุว่าคนเรามักโตเร็วช่วงวัยรุ่น

3.โภชนาการ : ทั้งในช่วงที่เด็กยังอยู่ในท้องและวัยเติบโต หากได้อาหารที่ดีและครบถ้วน 5  หมู่ (ไม่ใช่เพียงแค่โปรตีนแต่ต้องครบถ้วน) ก็จะเพิ่มความสูงได้มาก ดังนั้นจะเห็นว่าคนญี่ปุ่นและเกาหลีรุ่นใหม่มีส่วนสูงเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นมากจากการที่ประเทศให้ความสำคัญกับโภชนาการแม้ว่าคนรุ่นก่อนจะตัวเตี้ยมากก็ตาม

4.การออกกำลังกาย : แม้ว่าจะมีกรรมพันธุ์และโภชนาการที่ดี แต่หากขาดการออกกำลังกายก็มีโอกาสที่จะเตี้ยเช่นกัน เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการหลังของโกรทฮอร์โมนให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบที่ทำให้มีการยืดของร่างกายวันละประมาณ 30-60 นาที เช่น ว่ายน้ำ กระโดดเชือก บาสเกตบอล วอลเลย์บอล หรือแบบห้อยโหนตัว เป็นต้น

5.การพักผ่อนและความเครียด : โดยในกลุ่มนักเรียนที่แข่งขันสูง ทำให้เด็กเครียดมากขึ้นซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการหลั่งฮอร์โมนในช่วงการเจริญเติบโต หรือส่งผลให้ฮอร์โมนไม่สมดุล ทำให้เด็กขาดการพัฒนาความสูงไปตามกรรมพันธุ์ที่กำหนดไว้ ดังนั้นจะสังเกตุว่าเด็กเอเชียและเด็กที่เรียนหนังสือหนักมักตัวเตี้ยกว่าเด็กที่เรียนน้อยกว่า

6.บุคลิกภาพ : หลายๆคนแม้จะมีโครงสร้างร่างกายที่ยาวแต่กลับดูไม่สูงเพราะตัวไม่ตรงหรือกระดูกคดงอเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก ทั้งยังส่งผลกระทบต่อโรคภัยที่อาจตามมา ดังนั้นการปรับบุคลิกที่ดีและถูกต้องจะช่วยให้ร่างกายแสดงความสูงออกมาได้อย่างเต็มที่

7.การแต่งตัว : เช่นเดียวกับบุคลิกภาพ หากตกม้าตายตอนจบที่เสื้อผ้าซึ่งทำให้คุณดูอ้วนหรือเตี้ยล่ำก็คงเป็นเรื่องน่าเสียดาย ดังนั้นควรเลือกเสื้อผ้าแบบที่ทำให้คุณเฉิดฉายความสง่าออกมา

http://www.ohlor.com

"เพราะเราไม่ได้ขายแค่เครื่องออกกำลังกาย แต่เราจะมอบสุขภาพ และหุ่นที่ดีให้กับคุณ"

คลิกเลยเพื่อรับสิทธิ์โปรโมชั่นมากมาย

    

 

Visitors: 1,035,633