5 ข้อต้องทำ ถ้าอยากเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน

ทำไมบางคนโชคดีกินอย่างไรก็ไม่อ้วน แถมออกกำลังกายน้อยอีกต่างหาก นั่นอาจเป็นเพราะว่าร่างกายเขามีระดับการเผาผลาญสูงที่มีติดตัวตามธรรมชาติ แต่สำหรับคนที่น้ำหนักขึ้นง่าย ก็อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะเรามีวิธีเพิ่มระดับการเผาผลาญให้กับร่างกายเพื่อเป้าหมายในการรักษารูปร่างและสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง แค่ลองทำตาม 5 วิธีนี้ ความฝันการมีหุ่นดีก็น่าจะเป็นจริงได้

1. ห้ามอดมื้อเช้า

      มื้อเช้าสำคัญจริงๆ เพราะถ้าคุณงดมื้อเช้าเมื่อไหร่ ร่างกายจะลดระบบเผาผลาญลงและสมองจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า นิวโรเพปไทด์ วาย (Neuropeptide Y) ซึ่งจะส่งสัญญาณให้คุณหิวและอยากกินมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว แถมยังอาจไม่มีสมาธิในการทำงาน เพราะสมองไม่มีน้ำตาลกลูโคสจากอาหารไปหล่อเลี้ยง แล้วยังทำให้อยากของหวานมากขึ้น น้ำหนักก็จะขึ้นง่าย เติมมื้อเช้าให้กับตัวเองด้วยเมนูง่ายๆ อย่าง ขนมปังโฮลเกรนโปะมะเขือกับอโวคาโด แทนแยมสตรอว์เบอร์รี่และเนย สดชื่นต่อด้วยสมูธตี้ผลไม้ ก็ช่วยให้คุณอิ่มท้องได้ประโยชน์ หรือเสริมอาหารที่มีโปรตีนไม่ติดมันเข้าไปด้วย เช่น ไก่ ปลา ไข่ไก่ ถั่วเมล็ดกลม เต้าหู้ เป็นต้น เพราะโปรตีนใช้เวลาย่อยนานกว่าอาหารประเภทแป้ง จึงสามารถช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น เหมาะสำหรับคนที่อยากควบคุมน้ำหนัก

2. ผสมเวตเทรนนิ่งบวกกับคาร์ดิโอ

     เพราะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้นรำ จะช่วยเผาผลาญไขมันแต่ต้องอยู่ในระดับที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วระดับหนึ่งเพื่อให้เลือดสูบฉีด ร่างกายได้ดึงไขมันมาใช้ และควรพ่วงการเล่นเวทเทรนนิ่งเข้าไปด้วยเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและยังเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน (เมตาบอลิซึม) ซึ่งการทำคาร์ดิโอเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกระตุ้นปฏิกิริยานี้เท่าได้มากเท่ากับการเล่นเวท  ก่อนออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงควรทานอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูงหรือกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น ขนมปัง ผลไม้หวานๆ เช่น แตงโม กล้วย น้ำหวาน เพราะย่อยง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกากใยหรือโปรตีนสูง เช่น ขนมปังโฮลวีท มูสลี่ เนื้อสัตว์ต่างๆ เพราะให้พลังงานช้า ควรทานแต่ในมื้อปกติดีกว่า

3. เติมแอลคาร์นิทีน

     ถ้าอยากเผาผลาญดีขึ้นต้องเติมแอลคาร์นิทีน ที่เป็นสารซึ่งถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเราเองจากกรดอะมิโน 2 ตัวคือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) ที่ผลิตที่อวัยวะตับ โดยจะถูกนำไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อตามแขน ขา หัวใจ สมอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มกระบวนการในการดึงไขมันมาเผาผลาญออกมาเป็นพลังงานในร่างกาย แหล่งแอลคาร์นิทีนส่วนใหญ่พบได้ในเนื้อสัตว์ นม อะโวคาโด และถั่ว

4. นอนเร็วขึ้นอีกหน่อย

     ปกติแล้วร่างกายของเราจะมีระบบเป็นนาฬิกาชีวภาพซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมน เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและควบคุมรอบการหลับ-ตื่น (กลางคืน-กลางวัน) เวลาการเข้านอนที่ดีที่สุดคือช่วง 21.00-23.00 น. ซึ่งเป็นเวลาของระบบภูมิต้านทานโรคที่จะทำงานได้ดี และสะสมพลังงานสำรองเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เมื่อเรานอนเร็วก็จะช่วยสกัดอาการหิวยามดึกและร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเล็ปติน (Leptin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนทำให้รู้สึกอิ่ม เพิ่มอัตราการเผาผลาญให้ทำงานได้ดีมากขึ้นซึ่งจะช่วยคุมน้ำหนักตัวให้คงที่

5. หมั่นดื่มน้ำ

      วิธีเบสิกสุด ๆ แต่ต้องขอย้ำอีกครั้งโดยอ้างอิงผลการศึกษาของนักวิจัยของ Virginia Tech แห่งเมืองแบล็กส์เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย (Blacksburg, Virginia) ว่าคนที่ดื่มน้ำในแก้วขนาด 8 ออนซ์ ประมาณ 8-12 ครั้งต่อวัน จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญสูงขึ้นกว่าคนที่ดื่มเพียง 4 ครั้ง อีกทั้งควรดื่มน้ำให้ได้ครึ่งลิตรหรือ 5 แก้วหลังตื่นนอนก่อนอาหารเช้า ระบบขับถ่ายคุณจะคล่องโล่งสบาย หรือจิบชาเขียวควบคู่กับการคุมอาหารและออกกำลังกายก็จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้นเช่นกัน

หากคุณไม่อยากมีร่างกายที่เต็มไปด้วยไขมัน เปลี่ยนตัวเองตอนนี้ยังทันแค่เลือกทานอาหารที่ดี ออกกำลังกาย เพิ่มความขยันให้กับตัวเอง สุขภาพที่ดีก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม 

CR.www.bangkokhospital.com

"เพราะเราไม่ได้ขายแค่เครื่องออกกำลังกาย แต่เราจะมอบสุขภาพ และหุ่นที่ดีให้กับคุณ"

คลิกเลยเพื่อรับสิทธิ์โปรโมชั่นมากมาย

    

 

Visitors: 1,035,631